background image

คำถามที่พบบ่อย

คำถามทั่วไปเกี่ยวกับน้ำมันมะกอก

General

น้ำมันมะกอก เบอร์ทอลลี่ มีกระบวนการผลิตอย่างไร?

น้ำมันมะกอก เบอร์ทอลลี่ ได้จากการบีบสดผลมะกอกที่มีคุณภาพดีที่สุด จากการเพาะปลูกในดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ภายใต้แสงแดดแถบเมดิเตอร์เรเนียน ผลมะกอกที่สุกได้ที่จะพร้อมเก็บเกี่ยวได้ในช่วงตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ โดยจะถูกนำไปเข้ากระบวนการบีบทันทีหลังการเก็บเกี่ยว ทั้งนี้ต้องใช้ผลมะกอกถึง 5 กิโลกรัมเพื่อผลิตเป็นน้ำมันมะกอกได้เพียง 1 ลิตร

เบอร์ทอลลี่ น้ำมันมะกอกคุณภาพเยี่ยม ได้มาจากกระบวนการบีบน้ำมันที่เรียกว่า การบีบเย็นครั้งแรก จากเเนื้อมะกอกบริสุทธิ์ น้ำมันมะกอกเบอร์ทอลลี่ ชนิด เอ็กซ์ตร้า เวอร์จิ้นทุกประเภท จะมาจากการบีบเย็นครั้งแรกนี้ทั้งสิ้น หลังจากนั้นก็จะผ่านการกรองให้บริสุทธิ์แล้วบรรจุลงขวด วิธีการนี้จะทำให้น้ำมันมะกอกคงความเป็นธรรมชาติและเก็บได้นานโดยไม่จำเป็นต้องเติมวัตถุกันเสีย

น้ำมันมะกอกผ่านกรรมวิธี และน้ำมันมะกอกธรรมชาติ (Extra Virgin) มีความแตกต่างกันอย่างไร?

ความแตกต่างระหว่าง น้ำมันมะกอกผ่านกรรมวิธี และ น้ำมันมะกอกธรรมชาติ หรือ ที่เรียกว่าน้ำมันมะกอก ชนิด เอ็กซ์ตร้า เวอร์จิ้น อยู่ที่กระบวนการผลิต โดยน้ำมันมะกอกธรรมชาติ เป็นน้ำมันที่ได้โดยตรงจากผลมะกอกโดยการบีบสดแบบเย็นทันทีหลังการเก็บเกี่ยว ดังนั้นจึงเต็มไปด้วยรสชาติและกลิ่นหอมของมะกอก จึงช่วยเพิ่มความอร่อยให้กับสลัด ซอส และพาสต้า ในขณะที่น้ำมันมะกอกผ่านกรรมวิธีจะต้องผ่านขั้นตอนการผลิตอีกหลังจากการบีบครั้งแรก จึงทำให้ทนความร้อนได้ดีโดยไม่ไหม้ น้ำมันมะกอกผ่านกรรมวิธี ที่มีทั้งชนิดคลาสสิโค และชนิดเอ็กซ์ตร้า ไลท์ จึงเหมาะกับการผัด อบ ย่างและทอดทั้งแบบทอดธรรมดา และทอดแบบน้ำมันท่วม (deep frying)

“การบีบเย็น” และ “การบีบครั้งแรก” หมายถึงอะไร?

“การบีบเย็น” หมายถึงกระบวนการผลิตน้ำมันมะกอกภายใต้อุณหภูมิที่ต่ำกว่า 27 องศาเซลเซียส ซึ่งน้ำมันมะกอกเบอร์ทอลลี่ทุกขวดล้วนผ่านกระบวนการบีบเย็นนี้ทั้งสิ้น

“การบีบครั้งแรก” หมายถึง น้ำมันมะกอกที่ได้จากการบีบมะกอกในครั้งแรก ที่เบอร์ทอลลี่เราให้ความสำคัญในเรื่องของคุณภาพเหนือสิ่งอื่นใด จีงเป็นเหตุผลว่าทำไม ผู้เชี่ยวชาญของเบอร์ทอลลี่จึงต้องพัฒนาโปรแกรมคุณภาพ 7 ขั้นตอนขึ้นมา ซึ่งจะช่วยวิเคราะห์คุณภาพของมะกอกตั้งแต่ที่เริ่มฤดูกาลเก็บเกี่ยวไปจนถึงเรื่องของการทดสอบด้านรสชาติของน้ำมันมะกอกที่ได้

ด้วยวิธีการดังกล่าว ช่วยรับประกันได้ว่าน้ำมันมะกอกเบอร์ทอลลี่ทุกขวดให้คุณภาพและรสชาติเยี่ยมตามที่ได้ระบุไว้ที่ขวดเลยทีเดียว

คำถามเกี่ยวกับสุขภาพ

Health

น้ำมันมะกอกดีต่อสุขภาพของคุณหรือไม่?

น้ำมันมะกอกไม่เพียงแต่มีรสชาติที่อร่อยเท่านั้น แต่ยังเป็นน้ำมันที่ดีต่อสุขภาพอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น น้ำมันมะกอกอุดมไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัว มากกว่าเนย, มาการีนและน้ำมันอื่นๆ โดยกรดไขมันไม่อิ่มตัวนี้จะเข้าไปแทนที่ไขมัน “ไม่ดี” ในร่างกาย ผลก็คือจะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลของเรา มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่แสดงให้เห็นว่าการรับประทานน้ำมันมะกอกจะช่วยลดอย่างยิ่ง โอกาสของการเกิดโรคหัวใจวาย หรือ ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน เนื่องจากการอุดตันของหลอดเลือดหัวใจ

น้ำมันมะกอกยังประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติ ซึ่งช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกายของเรา ยิ่งไปกว่านั้น ร่างกายเรายังสามารถย่อยน้ำมันมะกอกได้ 100% โดยไม่เหลือสิ่งตกค้างในร่างกายเหมือนน้ำมันประเภทอื่น ๆ

น้ำมันมะกอกช่วยลดโอกาสของการเกิดโรคหัวใจวายได้หรือไม่?

มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่แสดงให้เห็นว่าการรับประทานน้ำมันมะกอกจะช่วยลดอย่างยิ่ง โอกาสของการเกิดโรคหัวใจวาย หรือ ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน เนื่องจากการอุดตันของหลอดเลือดหัวใจ

น้ำมันมะกอกอุดมไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัว มากกว่าเนย, มาการีนและน้ำมันอื่นๆ โดยกรดไขมันไม่อิ่มตัวนี้จะเข้าไปแทนที่ไขมัน “ไม่ดี” ในร่างกาย ผลก็คือจะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลของเรา น้ำมันมะกอกยังประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกายของเรา

กรดไขมันไม่อิ่มตัวดีต่อสุขภาพหรือไม่?

เช่นเดียวกับน้ำมันทั่วไป น้ำมันมะกอกประกอบด้วยกรดไขมัน แต่กรณีของน้ำมันมะกอกนั้นมากกว่า 70% ของกรดไขมันทั้งหมดเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ซึ่งกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวนี้ (กรดไลโนเลอิค) ให้ประโยชน์ในเรื่องของคอเลสเตอรรอลในร่างกายมากกว่ากรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (เช่น น้ำมันดอกทานตะวัน) ซึ่งเป็นทราบกันดีอยู่แล้ว่ากรดไลโนเลอิคช่วยในการลดคอเลสเตอรอล อย่างไรก็ตามสิ่งที่สำคัญกว่าคือ น้ำมันมะกอกยังช่วยเปลี่ยนสัดส่วนของคอเลสเตอรอลอีกด้วย ดังนั้นในกรณีของน้ำมันมะกอกจึงเป็นการทำหน้าที่ถึง 2 ทาง โดยน้ำมันมะกอกจะช่วยลด ไขมัน “ไม่ดี”หรือ LDL และช่วยเพิ่ม ไขมัน “ดี” หรือ HDL โดยไขมันดี HDL ช่วยในการป้องกันการอุดตันของหลอดเลือดที่เป็นสาเหตุของโรดหัวใจ นอกจากนี้ยังไม่ทิ้งสิ่งตกค้างไว้ในร่างกายเพราะย่อยได้ 100%

กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวคืออะไร?

ไขมันประกอบด้วยกรดไขมัน 3 ประเภทที่แตกต่างกันคือ กรดไขมันอิ่มตัว, กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว, และกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน กรดไขมันอิ่มตัวโดยมากพบในผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ซึ่งกรดไขมันนี้จะทำให้ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดเพิ่มขึ้นและเพิ่มโอกาสของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดอีกด้วย ในขณะที่กรดไขมันไม่อิ่มตัวทั้งแบบเชิงเดี่ยวและเชิงซ้อนโดยมากพบในน้ำมันที่ได้จากพืช กรดไขมันไม่อิ่มตัวทั้ง 2 ประเภทนี้ โดยเฉพาะกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวที่ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล

ร่างกายเราสามารถย่อยน้ำมันมะกอกได้ 100% เลยหรือไม่?

ไม่ใช่ว่า ไขมันทุกประเภท จะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ในลักษณะเดียวกัน จากผลการวิจัยภาคสนามเมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้แสดงให้เห็นว่า ร่างกายเราสามารถย่อยน้ำมันมะกอกได้ 100% ในขณะที่น้ำมันอื่น ๆ สามารถย่อยได้ในเปอร์เซ็นต์ที่น้อยกว่ามาก ตามข้อมูลที่แสดงด้านล่าง

  • น้ำมันมะกอก : 100%
  • น้ำมันดอกทานตะวัน : 83%
  • น้ำมันถั่วลิสง : 81%
  • น้ำมันเมล็ดฝ้าย : 79%
  • น้ำมันงา : 79%
  • น้ำมันเมล็ดป๊อปปี้ : 48%
  • น้ำมันข้าวโพด : 36%

น้ำมันมะกอก เบอร์ทอลลี่ มีสารก่อภูมิแพ้หรือไม่?

น้ำมันมะกอกเบอร์ทอลลี่ เป็นน้ำมันธรรมชาติ 100% และปราศจากสารก่อภูมิแพ้

น้ำมันมะกอกเบอร์ทอลลี่ มีการแต่งกลิ่นหรือรส หรือไม่?

น้ำมันมะกอกเบอร์ทอลลี่ เป็นน้ำมันธรรมชาติ 100% และปราศจากการแต่งกลิ่นหรือรสใด ๆ

คุณค่าทางโภชนาการของน้ำมันมะกอก เบอร์ทอลลี่ เป็นอย่างไร

คุณค่าทางโภชนาการของน้ำมันมะกอกเบอร์ทอลลี่ทุกชนิด ต่อ 100 มล. มีดังต่อไปนี้

  • พลังงาน/แคลอรี่ : 3,389 กิโลจูล/824 กิโลแคลอรี่
  • โปรตีน : 0 กรัม
  • คาร์โบไฮเดรต : 0 กรัม
  • ประกอบไปด้วยน้ำตาล 0 กรัม
  • ไขมัน 91 กรัม
  • ประกอบไปด้วยไขมันอิ่มตัว : 12 กรัม
  • ประกอบไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว : 72 กรัม
  • ประกอบไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน : 7 กรัม
  • คอเลสเตอรอล : 0 มิลลิกรัม
  • ไฟเบอร์ : 0 กรัม
  • โซเดียม : 0 กรัม
  • วิตามินอี : 18 กรัม (150% ของปริมาณที่แนะนำให้บริโภคในแต่ละวัน)

การนำไปประกอบอาหารทั้งแบบที่ไม่ผ่านความร้อนและแบบที่ผ่านความร้อน

Cold & warm use

น้ำมันมะกอกเบอร์ทอลลี่ ชนิดใด ที่เหมาะกับสลัดหรือน้ำสลัด?

น้ำมันมะกอกเบอร์ทอลลี่ ชนิด เอ็กซ์ตร้า เวอร์จิ้น ให้รสชาติแบบเต็ม ๆ จึงเหมาะกับการประกอบอาหารที่ไม่ผ่านความร้อน เพราะจะทำให้ดึงรสชาติและกลิ่นหอมของมะกอกออกมาได้เต็มที่ น้ำมันมะกอกเบอร์ทอลลี่ ชนิด เอ็กซ์ตร้า เวอร์จิ้น ในแบบต่าง ๆ เหมาะกับการทำสลัด เป็นส่วนประกอบหลักของน้ำสลัด หรือ ใช้จิ้ม หรือ ใช้เพิ่มมิติของรสชาติให้กับ พาสต้า ซุป และซอส เป็นต้น

น้ำมันมะกอกเบอร์ทอลลี่ ชนิด เอ็กซ์ตร้า เวอร์จิ้น มีหลากหลายแบบ คือ แบบดั้งเดิม, โรบัสโต้, เจนไทล์ และ ออร์แกนิค

สามารถนำน้ำมันมะกอกเบอร์ทอลลี่ ไปใช้ในการอบ ทอด ปิ้ง ย่าง ได้หรือไม่?

น้ำมันมะกอกเบอร์ทอลลี่ เหมาะอย่างยิ่งกับการนำไปใช้อบ ทอด ปิ้ง และย่าง มีผลวิจัยที่ได้แสดงให้เห็นว่าน้ำมันมะกอกมีความทนต่อความร้อนสูงได้มากกว่าน้ำมันประเภทอื่น ๆ ยิ่งไปกว่านั้นน้ำมันมะกอกดีต่อสุขภาพมากกว่าไขมันหรือน้ำมันอื่น เป็นต้นว่า น้ำมันมะกอกมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวมากกว่าเนย มาการีน และน้ำมันอื่น ๆ ซึ่งกรดไขมันไม่อิ่มตัวนี้จะไปแทนที่ไขมัน “ไม่ดี” ในร่างกายและช่วยลดระดับของคอเลสเตอรอลด้วย

น้ำมันมะกอกเบอร์ทอลลี่ ทั้งชนิด คลาสสิโค และ เอ็กซ์ตร้า ไลท์ เหมาะอย่างยิ่งกับการประกอบอาหารที่ผ่านความร้อน เช่น อบ ทอด ปิ้ง ย่าง รวมถึงการทอดแบบน้ำมันท่วม (deep frying) ทั้งนี้เป็นเพราะน้ำมันทั้ง 2 ชนิดนี้เป็นน้ำมันที่ผ่านกรรมวิธีหลังจากการบีบน้ำมัน จึงทำให้เหมาะกว่า ในประกอบอาหารที่ผ่านความร้อน

สามารถนำน้ำมันมะกอกเบอร์ทอลลี่ ไปใช้ในการทอดแบบน้ำมันท่วม (deep frying) ได้หรือไม่?

น้ำมันมะกอกเบอร์ทอลลี่เป็นน้ำมันที่เหมาะกับการทอดแบบน้ำมันท่วม โดยเฉพาะอยางยิ่ง น้ำมันมะกอกเบอร์ทอลลี่ ชนิด

คลาสสิโค และ ชนิด เอ็กซ์ตร้า ไลท์ เพราะน้ำมันทั้งสองชนิดเป็นน้ำมันที่ผ่านกรรมวิธี จึงทำให้ทนต่อความร้อนได้ดีกว่า

อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันมะกอกในการทอดแบบน้ำมันท่วมที่อุณภูมิสูงเกินกว่า 200 องศาเซลเซียส และที่สำคัญควรเปลี่ยนน้ำมันมะกอกหลังผ่านการใช้แล้วประมาณ 8 ครั้ง เพื่อให้ได้ผลดีที่สุดควรทำให้อาหารที่จะนำมาทอดแบบน้ำมันท่วมอยู่ที่อุณหภูมิห้องก่อนทอด